เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ต่างกันอย่างไร ทำความรู้จักสินเชื่อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ แต่ละประเภท
รู้จักสินเชื่อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ แต่ละประเภท พร้อมสาเหตุการเข้ามากำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามากำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกัน คือ
การเช่าซื้อ (Hire Purchase) ซึ่งเป็นการผ่อนชำระเป็นงวด ในระหว่างผ่อนชำระ ผู้ให้เช่าซื้อหรือไฟแนนซ์จะเป็นเจ้าของและมีกรรมสิทธิ์ในรถคันนั้น ส่วนผู้เช่าซื้อหรือลูกหนี้จะเป็นผู้ครอบครองรถ เมื่อผ่อนจนครบแล้ว กรรมสิทธิ์ของรถจะเป็นของผู้เช่าซื้อทันที ดังนั้น สินเชื่อเช่าซื้อจึงเหมาะกับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของรถเมื่อผ่อนหมด
การเช่าแบบลีสซิ่งหรือสัญญาเช่าการเงิน (Financial Lease) มีลักษณะคล้ายกับการเช่าซื้อ คือ ต้องมีการผ่อนจ่ายเป็นงวดเช่นเดียวกัน แต่ความแตกต่างจะอยู่ตรงที่เมื่อผ่อนจนครบตามที่กำหนดในสัญญาแล้ว ผู้เช่าแบบลีสซิ่งสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อขาดโดยจ่ายเงินส่วนที่เหลือตามในสัญญา หรือเช่าต่อ หรือคืนรถก็ได้
โดยสาเหตุที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเข้ากำกับดูแล เนื่องจาก ธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของประชาชน ปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวมีขนาดใหญ่ มีปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก ครอบคลุมประชาชนในวงกว้าง มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ณ มิถุนายน 2568 สินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งมียอดธุรกรรมคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 10% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด
และ 1 ใน 3 ของธุรกรรมเช่าซื้อและลีสซิ่งมาจากการให้บริการของ non-bank ที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล
และที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมายควบคุมการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นการเฉพาะ การดำเนินธุรกิจจึงต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เฉพาะธุรกรรมการให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อใช้เป็นการส่วนตัวจะต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ที่ออกมาภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ประกอบกับการที่ผู้ให้บริการมีขนาดแตกต่างกัน ทั้งกิจการขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก และมีจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ
ทำให้การให้บริการไม่มีมาตรฐาน ส่งผลให้มีเรื่องร้องเรียนค่อนข้างมาก เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่สอดคล้องกับรายได้ การเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินไป หรือปัญหายอดหนี้กรณีผิดนัดชำระ โดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลสินเชื่อรถฯ เหล่านี้โดยตรง
ด้วยการออก “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568” (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ)
โดย ธปท. มีอำนาจเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจดังกล่าวและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อยกมาตรฐานการให้บริการ และส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่เป็นธรรม ได้รับข้อมูลที่โปร่งใส เพียงพอต่อการตัดสินใจ
และให้อำนาจ ธปท. ในการออกหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทุกราย ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ต้องถือปฏิบัติ
โดยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีมาตรฐานและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วน ภายใต้ราคาและเงื่อนไขที่เหมาะสม ตลอดจนได้รับการดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้ โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ 7 ด้าน ประกอบด้วย
- การปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับให้แก่ลูกค้าอย่างชัดเจน
- ระบุประเภทของค่าบริการที่เรียกเก็บได้
- กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ย
- แจ้งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับดอกเบี้ยผิดนัดและลำดับการตัดชำระหนี้
- ระบุเงื่อนไขการปิดบัญชีหรือการเลิกสัญญาก่อนกำหนดให้ครบถ้วน
- ให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม และ
- ความรับผิดชอบจากการใช้บริการผู้ให้บริการภายนอก โดยหลักเกณฑ์เหล่านี้จะทยอยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ถึง 1 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและประกอบธุรกิจก่อนวันที่่ 3 ธันวาคม 2568 ที่มีกว่า 3,000 ราย มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนต่อ ธปท. ผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ส่วนผู้ที่เริ่มประกอบธุรกิจตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ให้รายงานข้อมูลภายใน 120 วันนับจากวันที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB